1.
ส่วนตัวไม่ค่อยมีความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับวันเด็กเท่าไร
เพราะเมื่อจำความได้ การไปงานวันเด็กไม่ได้เป็นภาระของผู้ปกครองแล้ว เด็กชายพุฒิยศตัวน้อยก็ต้องเดินตะลอนๆไปหากิจกรรมทำเองทุกวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมเสมอ
สิ่งที่พอจะจำได้มีอยู่ 2 ปี (และคล้ายกัน) คือการไปดูคอนเสิร์ทเพลงดรากอนบอล ที่จัดโดยน้าต๋อยเซมเบ้
ครั้งหนึ่งที่เดอร์มอลงามวงศ์วาน อีกครั้ง ที่ ม เกษตร
ครั้งที่เดอร์มอล เหมือนว่าจะเปลี่ยนสถานที่จัดงานจึงอดดู
ส่วนที่เกษตร ไปโดยไม่รู้ว่าอาคารที่จัดอยู่ไหน(ตึกที่ไปยืนหา คือตึก อบก ในปัจจุบัน แต่รู้สึกจัดที่ยิม ไม่ก็ อาครจักรที่แหละ)
สรุปก็คือ เด็กชายพุฒิยศ ไม่ได้ดูมันทั้งสองครั้ง
ทั้งๆที่ทุกวันพุธ หกโมงเย็นเด็กคนนี้จะมานั่งดูและซ้อมร้องเพลงดรากอลบอลแซด ในรายการ"โลกของเด็ก"แทบทุกพุธ
"ชห่า ลา เพชรชห่าลา หมู หมา หมีแล้วก็เย็นตาโฟ โอดดดแดกก หิวเราก็ต้องการกินหญ้า"
นั่นคือเพลง "ชลา เฮด ชรา" เพลงเอกจากดรากอนบอลแซดในแบบซับนรก โดยพุฒิยศ ผลชีวิน
2.
15ปีผ่านไปไวเหมือนปล่อยตด
เด็กน้อยเป็นคนหัวล้านมนุษย์เงืนเดือนที่ใกล้วัยกลางคนกำลังตื่นเต้นกับการมาของคุณฮิโรโนบุ คาเคยามะ
หลายคนอาจจะงงว่าใคร
ที่จริงเขาคือเจ้าของเสียงเพลง ชรา เฮดชลา เพลงนั้นนั่นเอง
ด้วยความเป็นศิลปินร็อคแถวหน้าอย่างวงภูมิจิต จะปล่อยให้โอกาศดีๆนี้พลาดไปได้อย่างไร
เมื่อรู้ข่าว พุฒิยศ ก็โทรไปชวนเพื่อนๆ ทุกๆคนก็งงๆและก็นึกว่าเป็นเหมือนคอนเสิร์ทน้าต๋อยสมัยก่อน ต้องมีตุ๊กตาโงกุนมาเต้นพร้อมกับการลิปซิ้งของน้าต๋อยเซมเบ้
เราจึงต้องอธิบายกันยกใหญ่
แต่ถึงจะอธิบายเท่าไร สุดท้ายก็ไม่มีใครว่างไปอยู่ดี เว้นแต่พี่เก่งพาราดอก บก. นิตรสารพาวเวอร์อัพ ซึ่งยังไงเรื่องอย่างนี้แกคงไม่พลาดอยู่แล้ว
ด้วยความกลัวพลาดจัด ผมจึงลางานเพื่อมาดูงานนี้โดยเฉพาะจะได้ไม่พลาดอีก
เมื่อถึงงานรู้สคิปงานคร่าวๆ จึงเดินรอบงานก่อนเพราะว่าพริตตี้ที่มาอยู่ในแต่ละบูทนั้นช่างบูสจินตนาการวันหนุ่มได้ดีทีเดียว
สิ่งนึงที่ผมกลัวมากคือ ผมจะลืมหัวใจที่กระหายขนาดนั้นแล้วหรือยัง?
ใกล้เวลา ผู้นเริ่มมารอบริเวณเวที อาจเพราะเป็นวันศุกร์ทำให้เด็กๆค่อนข้างน้อยพอสมควร ส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นประเภทโดดงานมาเช่นเดียวกับผม ไม่ก็หนีเรียนปริญญาโทมาทั้งนั้น
และเวลาที่มาถึง
เพลงแรก คือชราเฮด ชลา โดยมีสับไตเติ้ลหน้าจอให้ร้องตามได้
งานนี้คุณฮิโรโนบุ มาแบบคาราโอเกะ มาดนตรีแบกอัพและแกก็ร้องซ้อนทับไปในแบกอัพ ซึ่งทำให้เราผิดหวังเล็กน้อย
จากนั้นก็ตามมาด้วยเพลง ชินเก็ตเตอร์ เกตเตอร์โรโบ เซนกิ(ใครจำเรื่องนี้ไดบ้าง???) จากนั้นเราก็อินมากขึ้นด้วยเพลงจากเซนไต
ซึ่งเพลงแรกคือเจทแมน (เจ็ทโต เจ็ทโต เจ็ทโตแมน) เราตะโกนร้องตามบ้าง ด้วยความอินเล็กๆ ตามมาด้วยมาสแมน และเชนต์แมน(เออ เกิดทัน แต่ไม่ได้ดู)
จากนั้นเพลงก็หยุดไป และสตาฟเอากีตาโปร่งออกมาพร้อมเมาร์ออแกน
ผมตกใจกว่าเดิม เพราะนึกว่าจะเล่นแบกกิ้งแทรกตลอดทั้ง ทั้งงาน
เพลงแรกที่แกเล่นอคูสติกมาจากเรื่องไรก้า ซึ่งด้วยกีตาร์โปร่งตัวเดียวทำให้เป็นฝีมือการเล่นกีตาร์ และเสียงที่โคตรทรงพลัง เอาคนดูทั้งฮอลอยู่ วินาทีนั้นเรานึกถึงเจมส์ ดีน แบรดฟิล แห่ง The Manic มาครู่หนึ่ง
จากนั้น เพลงต่อมาก็คือ เพลงตอนจบของเซนเซย่าในแบบอคูสติก ซึ่งแกโซโล่เมาร์ออแกนด้วย เพลงสดกดทุกคนในฮอลให้ตกอยู่ในพวัง เหมือเวลาได้อยุดหายจากจักรวาลไปช่วงหนึ่ง
ถึงเวลานี้ คงไม่มีใครเถียงเรื่องความเป็นศิลปินของเขาอีก
จากนั้นก็กลับมาสู่ความมันส์กันต่อด้วยเพลงไตเติ้นเซนเซย่า และอีกหลายๆเพลง
จนสุดท้ายคือ ชรา เฮด ชลารอบอังกอร์
ถึงวินาทีนั้น ไม่มีอะไรต้องสนอีกแล้ว ตั้งแต่ต้นจนจบเพลง เด็กชายพุฒิยศตะโกนตามตั้งแต่ต้นจนจบแบบไม่คิดชีวิตอีกแล้ว
"ชห่า ลา เพชรชห่าลา หมู หม หมีแล้วก็เย็นตาโฟ โอดดดแดกก หิวเราก็ต้องการกินหญ้า" แม้จะเป็นเวอร์ชันซับนรก แต่ก็สนุกกับมันได้โดยไม่ต้องสนใจอะไรทั้งสิ้น
ผู้คนรอบข้างก็ไม่ต่างกัน(โดยเฉพาะตาเก่ง) หน้าที่การงาน อายุ และศักดิ์ศรีได้ถูกทำให้มลายไปจากเพลงการ์ตูนเพียงเรื่องเดียว
ดนตรียิ่งใหญ่และไร้ภาษา ดูจะเป็นเรื่องจริงอีกครั้ง
3.
ผู้คนหายไปจากบริเวณฮอลอย่างรวดเร็ว เราก็เช่นกัน
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนที่จะร้อง "ชรา เฮด ชลา"ได้นั้น ต้องเป็นนที่ "ชรา"พอสมควรเชียว
พุฒ