มีหลากหลายคำถามเข้ามาถึงการทำ Underground E-Magazine นี้ว่า ทำขึ้นมาเพื่ออะไร ต้องการสิ่งใด และจะพบสิ่งใดในหนังสือไฟฟ้าเล่มนี้บ้าง
คำถามเหล่านี้ ผมเฝ้าเพียรถามตัวเองเช่นกัน ว่าทำไปทำไม ทำเพื่ออะไรทั้งๆ ที่ไม่ได้สิ่งใดกลับคืนมา นอกจากเสียกับเสีย และเสีย
เสียที่หนึ่ง คือเสียเวลา ความสนใจของคนแต่ละคนมีไม่เท่ากัน บางคนสนใจเรื่องดนตรีเมทัลเพียงแนวเดียว บางคนเฉพาะเจาะจงลงไปอีกว่าต้องเดธเมทัลเท่านั้น แบล็คเมทัลเท่านั้น แนวอื่นไม่สน บางคนสนใจเพราะว่ามันเป็นดนตรี ขณะเดียวกันมีบางคนที่สนใจเรื่องราวอื่นๆ บนโลกนอกเหนือจากดนตรี (เช่นเดียวกับผม) ก็ต้องการเวลาสำหรับเรื่องเหล่านั้นด้วย ซึ่งเวลาที่ว่านั้นของผมสูญหายไปกับเรื่องราวของดนตรีมากพอสมควรทีเดียว
เสียที่สอง เสียเงิน ใช่ว่าการกรำงานแบบดิจิตอลฟรีดาวโหลดนั้น จะไม่ทำให้ต้องเสียทุนรอนในเรื่องของการพิมพ์รูปเล่ม การหักส่วนแบ่งแก่สายส่ง หรือแม้แต่ค่าซีร็อกซ์และค่าส่งของผ่านทางไปรษณีย์ แต่อย่างไรก็ดี ทุกวันนี้ ผมก็ยังเสียเงินซื้อแผ่นซีดีทั้งวงที่ต้องนำมาเป็นข้อมูลในการสัมภาษณ์ รวมไปถึงวงดนตรีต่างประเทศอื่นๆ ซึ่งไม่ได้มีเนื้อหาที่ลงมาในหนังสือเล่มนี้อยู่แล้ว แต่วงเหล่านั้นเป็นงานที่ผมชอบ และเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต รวมถึงการไปชมคอนเสิร์ตต่างๆ ก็จ่ายเงินค่าบัตรทุกครั้ง (ผมชอบสะสมบัตรคอนเสิร์ต เพราะมันมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และสามารถบ่งบอกความเป็นไปของแวดวงดนตรีในแต่ละยุคได้ดี ว่าเป็นอย่างไร)
เสียที่สาม คือ เสียความรู้สึก เวลาที่มักมีการถากถางการทำงานในรูปแบบของผม ซึ่งผมไม่ค่อยเข้าใจนักว่า ในเมื่อจุดยืน แนวคิดเราไม่ตรงกันแล้ว จะมานั่งพูดคุยให้เวลาทำไม หากพูดเป็นภาษาของมาโนช พุฒตาลแล้วก็ต้องตอบไปว่า “ศรัทธาของท่าน ความเชื่อของท่าน ก็เป็นของท่าน ศรัทธาของเรา ความเชื่อของเรา ก็เป็นของเรา...”
จะอย่างไรก็ตาม แม้เหตุผลที่ว่าไปจะเป็นด้านลบซะหมด แต่ผมก็มักมีคำตอบอีกแง่ในด้านบวก เป็นพระจันทร์ในคืนเดือนดับที่เราไม่อาจมองเห็น แต่ในอีกมุมหนึ่ง ถ้าเราย้อนไปดูอีกฝั่งหนึ่งของจักรวาล ด้านที่สว่างก็ยังคงส่องแสง ซึ่งมันก็เป็นพระจันทร์ดวงเดียวกัน เพียงแต่เราอาจจะมองมันในมุมที่ต่างกันเท่านั้น
สิ่งที่ทำขึ้นมา เพียงเพราะอยากช่วยเหลือสนับสนุนวงดนตรี ให้เขาได้มีพื้นที่ในการพูดบาง ทำไมต้องช่วยในเรื่องนี้ เพราะตราบใดที่เรายังตัดสินคนอื่นด้วยภาพลักษณ์มากกว่าแนวคิด ความดีงามของดนตรีก็คงไม่มีทางเกิดขึ้นบนโลกใบเล็กใบนี้แน่ การให้เขาได้พูด ได้แสดงความเห็นนั้น จึงเป็นเรื่องที่ทำให้เราสามารถตัดสินใครต่อใครได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นแนวดนตรี แนวใดก็ตาม นักดนตรีแต่ละแนว แต่ละคน ก็จะมีจุดมุ่งหมายของตัวเอง ซึ่งแม้จะแนวเดียวกันก็ใช่ว่าจะมีแนวคิดเหมือนกัน (และมันเป็นเรื่องที่น่าตลกมาก ถ้าวงดนตรีต่างประเทศทำ กลับไม่มีใครว่าอะไร ยังคงมีคน(ไทย)ฟังและสนับสนุนพวกเขากันต่อไป แต่พอมาถึงวงดนตรีไทยทำบ้างกลับเกิดการแอนตี้โดยไร้เหตุผล)
ความสำคัญและจำเป็นอีกอย่างคือ ต้องการให้หนังสือเล่มนี้เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์แต่ละเรื่องของวงการเพลงไทยอันเดอร์กราวนด์ ซึ่งคำว่าอันเดอร์กราวนด์นี้ไม่ได้หมายถึงวงดนตรีที่เล่นหนักๆ เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงวงดนตรีที่อยู่ในสถานะเดียวกัน วงดนตรีที่สามารถทำงานได้โดยไม่อยู่ในระบบธุรกิจ ไม่พึ่งพาความเลิศเลอของสิ่งที่เรียกว่าค่ายเพลงระดับยักษ์ที่สามารถยกยอปอปั้นให้วงดนตรีมีชื่อเสียงได้เพียงชั่วข้ามคืนและกลายเป็นดาวเดือนดับได้ในอีกคืนถัดมา และเหตุที่ต้องบันทึกไว้นั้น ก็เพราะว่าจากประสบการณ์การฟังเพลงส่วนตัว นับวันการควานหาเรื่องราวในอดีต โดยเฉพาะวงการเพลงไทยนั้น เป็นไปได้ยากเต็มที ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีเอ็นไซโคพีเดียเกิดขึ้นกับวงการเพลงไทยสักที
และเหตุผลสุดท้ายของการทำ คือ หลงรักดนตรีร็อคและเฮฟวี่เมทัลอย่างไม่มีเหตุผล จากวันแรกที่ได้ฟัง มาจนถึงวันนี้ รู้สึกยินดียิ่งที่ได้ฟัง ได้มารู้จักดนตรีแนวนี้ มันเป็นความเรื่องของความรู้สึก และหาเหตุผลมาบรรยายยากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามเวลาที่คุณรักหรือชอบอะไรสักอย่าง บางครั้งคุณเองก็คงไม่ต้องการให้เหตุผลมาทำลายความรู้สึกที่มีต่อสิ่งที่คุณรักอยู่แล้ว จริงมั้ย
